// ทันตกรรมประดิษฐ์

ทันตกรรมประดิษฐ์ (Prosthodontics) คือสาขาหนึ่งของทันตกรรมที่มุ่งเน้นการ บูรณะและทดแทนฟันที่สูญเสียหรือเสียหาย ไม่ว่าจะเกิดจากฟันผุ ฟันแตก การสูญเสียฟัน หรือการเสื่อมสภาพตามวัย เพื่อ
• คืนประสิทธิภาพในการเคี้ยวอาหาร
• ฟื้นฟูรอยยิ้มและความมั่นใจ
• ปรับสมดุลโครงสร้างช่องปากให้ใช้งานได้อย่างยั่งยืนในระยะยาว
ที่ ศูนย์ทันตกรรม SDC Dental Center การรักษาด้านทันตกรรมประดิษฐ์ไม่ได้เป็นเพียงการ “ใส่ฟัน” แต่คือการวางแผนการรักษาอย่างเป็นระบบ (Comprehensive Treatment Planning) โดยทีม อาจารย์ทันตแพทย์เฉพาะทาง ที่มีประสบการณ์สูง และเข้าใจความซับซ้อนของแต่ละเคส โดยเฉพาะในผู้สูงอายุและผู้ที่มีปัญหาหลายด้านร่วมกัน
ผู้ป่วยที่เหมาะกับการรักษาด้านนี้ มักมีปัญหา เช่น
• ฟันหายไปบางซี่หรือหลายซี่
• ฟันสึก ฟันแตก ฟันโยก
• เคี้ยวอาหารไม่สะดวก หรือเจ็บขณะใช้งาน
• มีปัญหาฟันปลอมเดิมหลวม หลุดง่าย
• โครงสร้างฟันและขากรรไกรไม่สมดุล
โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้สูงอายุ (Geriatric Dentistry) มักพบปัญหาหลายอย่างร่วมกัน เช่น ฟันหายหลายตำแหน่ง กระดูกละลาย หรือโรคเหงือก ซึ่งต้องอาศัยการวางแผนรักษาแบบองค์รวมและทีมทันตแพทย์หลายสาขาร่วมกันดูแล
ครอบฟัน (Dental Crown) คือวัสดุที่ออกแบบมาเพื่อ ครอบคลุมฟันทั้งซี่ เปรียบเสมือน “หมวก” ที่สวมลงบนฟันเดิม เพื่อฟื้นฟูทั้ง ความแข็งแรง รูปร่าง และความสวยงาม ของฟันที่เสียหาย ใช้สำหรับฟันที่เสียหายมาก เช่น ฟันแตก ฟันผุขนาดใหญ่
• ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้ฟัน
• คืนรูปทรงและสีให้เหมือนฟันธรรมชาติ
• วัสดุสำหรับทำครอบฟัน
สะพานฟัน (Dental Bridge) คือการใส่ฟันปลอมชนิดติดแน่น เพื่อทดแทนฟันที่หายไป โดยอาศัยฟันข้างเคียงเป็น “เสาหลัก” (Abutment) รองรับฟันปลอมตรงกลาง (Pontic) ทำให้สามารถ เคี้ยวอาหารและใช้งานได้ใกล้เคียงฟันธรรมชาติ โดยไม่ต้องถอดเข้า หรือออก
• เหมาะสำหรับผู้ที่มีฟันหาย 1–2 ซี่ โดยใช้ฟันข้างเคียงเป็นหลักยึด
• ไม่ต้องผ่าตัด
• ใช้งานได้ใกล้เคียงฟันจริง
• เหมาะกับบางเคสที่ไม่สามารถทำรากฟันเทียมทั้งหมดได้
ฟันปลอม (Dentures) คืออุปกรณ์ทางทันตกรรมที่ใช้ ทดแทนฟันที่สูญเสียไป สามารถใส่เข้าหรือออกได้ เพื่อช่วยให้ผู้ป่วยกลับมา เคี้ยวอาหาร พูด และยิ้มได้อย่างมั่นใจอีกครั้ง
การรักษาเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่สูญเสียฟันหลายซี่หรือทั้งปาก โดยเฉพาะในกลุ่ม ผู้สูงอายุ ที่มักมีปัญหาฟันร่วมหลายด้าน
1. ฟันปลอมบางส่วน (Partial Denture)
ใช้ในกรณีที่ยังมีฟันธรรมชาติบางส่วนเหลืออยู่
• มีทั้งแบบมีตะขอ (Metal Clasp) และแบบยืดหยุ่น (Flexible Denture)
• ช่วยเติมเต็มช่องว่างฟัน และกระจายแรงบดเคี้ยว
2. ฟันปลอมทั้งปาก (Full Denture)
ใช้เมื่อสูญเสียฟันทั้งหมด
• วางบนเหงือกและกระดูกขากรรไกร
• ออกแบบให้เหมาะกับรูปหน้าและการใช้งานของแต่ละบุคคล
• ต้องอาศัยการปรับตัวในช่วงแรก
3. ฟันปลอมแบบไม่มีตะขอ (Aesthetic Denture)
• วัสดุสีใกล้เคียงเหงือก มองเห็นโลหะน้อย
• ให้ความสวยงามมากขึ้น เหมาะกับผู้ที่กังวลเรื่องภาพลักษณ์
4. ฟันปลอมร่วมกับรากฟันเทียม (Implant-retained Denture)
• ใช้รากฟันเทียมช่วยยึดฟันปลอม
• ลดปัญหาหลวม หลุดง่าย
• เพิ่มความมั่นใจในการใช้งาน โดยเฉพาะในเคสกระดูกละลายมาก
รากฟันเทียม (Dental Implant) คือการทดแทนฟันที่สูญเสียไป โดยการฝังวัสดุ Titanium ลงในกระดูกขากรรไกร เพื่อทำหน้าที่เสมือน “รากฟันจริง” จากนั้นจึงใส่ส่วนต่อ (Abutment) และครอบฟันด้านบน (Crown) ทำให้ได้ฟันที่ แข็งแรง ใช้งานได้ และดูเป็นธรรมชาติที่สุด
• ฝังรากเทียม (Titanium) ลงในกระดูกขากรรไกร
• รองรับครอบฟัน สะพานฟัน หรือฟันปลอม
• เหมาะกับการฟื้นฟูทั้งซี่เดียวหรือทั้งปาก และเคสที่ซับซ้อน
การวางแผนรักษาแบบองค์รวม (Comprehensive Planning)
• วิเคราะห์ปัญหาเชิงลึก ไม่ใช่แค่รักษาเฉพาะจุด
• รวมหลายสาขา เช่น ทันตกรรมรากฟันเทียม ปริทันต์ จัดฟัน
ทีมอาจารย์ทันตแพทย์เฉพาะทาง
• ดูแลโดย อาจารย์ทันตแพทย์ ที่มีประสบการณ์มากกว่า 30 ปี
• เชี่ยวชาญเคสยาก เคสซับซ้อน และผู้สูงอายุ
เทคโนโลยีทันสมัย
(Advanced Dental Technology)
• Dental CT Scan (3D Imaging) วิเคราะห์กระดูกและตำแหน่งรากฟันอย่างแม่นยำ
• 3Shape Digital Scanner สแกนฟันแบบดิจิทัล ไม่ต้องพิมพ์ปากแบบเดิม
• In-house Dental Lab ผลิตชิ้นงานรวดเร็ว ควบคุมคุณภาพได้ทุกขั้นตอน
มาตรฐานวัสดุระดับสากล
• รากฟันเทียมแบรนด์ชั้นนำ เช่น Straumann, Camlog
• วัสดุครอบฟัน Zirconia คุณภาพสูง ให้ทั้งความแข็งแรงและความสวยงาม
เราให้ความสำคัญกับการรักษาที่
“ไม่ใช่แค่ใส่ฟัน แต่คือการคืนคุณภาพชีวิตในระยะยาว”
เราพร้อมให้คำปรึกษาด้านสุขภาพช่องปาก ดูแลเคสซับซ้อน รวมถึงการทำฟันผู้สูงอายุ โดยทีมทันตแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ